ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

          สิ่งแวดล้อมมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ในการดำรงชีวิต เมื่อประชากรเพิ่มมากขึ้นก็ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม เพราะในปัจจุบันสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้ม ถูกทำลายเพิ่มมากขึ้น ทั้งสิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรม ที่มนุษย์สร้างขึ้นได้เพิ่มมาแทน ในปัจจุบันนี้ประชากรมนุษย์ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาและมีการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ มาใช้เพื่อตอบสนองความสะดวกให้กับมนุษย์เพิ่มมากขึ้น ผลจากการทำลายสิ่งแวดล้อมจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีของมนุษย์ สิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบจะมีสาเหตุทำให้เกิดปัญหาได้เช่น การเพิ่มประชากร การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ภัยธรรมชาติ เป็นต้น

carbon-emissions-fuelling-atmosphere_5106

ภาพที่ 1. http://wastewatertreatments.files.wordpress.com/2010/10/carbon-emissions-fuelling-atmosphere_5106.jpg

          ผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความสะดวกและอำนวยประโยชน์  โดยที่มนุษย์ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะส่งผลต่อตัวเองทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยในปัจจุบันนี้มนุษย์ก็ได้พัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาใช้ประโยชน์ในทุกๆด้าน ผลจากการใช้อย่างขาดสติก็ได้ส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

drought800

ภาพที่ 2. http://human.tru.ac.th/elearning/local/global04/pic/drought800.jpg

          ผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ในปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่างๆนั้นได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ การสูญเสียทรัพยากรที่ดิน เป็นปัญหาการพังทลายของดิน การเสื่อมโทรมของดิน การขาดความอุดมสมบูรณ์ของดิน ดินเป็นพิษจากสารเคมี , การสูญเสียทรัพยากรน้ำ เช่น การขาดแคลนน้ำ น้ำเสีย สารพิษในน้ำ น้ำท่วม น้ำทะเลหนุน น้ำบาดาลลดระดับ แหล่งน้ำตื้นเขิน , การสูญเสียทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า เช่น การสูญเสียพื้นที่ป่า การอนุรักษ์ป่าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ปริมาณการปลูกป่า การทำลายที่อยู่อาศัยสัตว์ป่า , การสูญเสียทรัพยากรแร่ธาตุ เช่น ปัญหาความขาดแคลน ปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาต่อสุขภาพอนามัย ปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม ปัญหาต่อสังคมและปัญหาขยะมูลฝอย

9mar53-1

ภาพที่ 3. http://www.suriyothai.ac.th/files/u1060/9mar53-1.jpg

การสูญเสียความหลากหลายทางการภาพ สิ่งมีชีวิตบนโลก จากการวิวัฒนาการ การเพิ่มจำนวนและชนิดมากขึ้นจึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม ทำให้สิ่งมีชีวิตมีแนวโน้มอัตราการสูญพันธ์เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศโลก เป็นกิจกรรมของมนุษย์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ซึ่งจะส่งผลต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตในปัจจุบันและอนาคต

Australia Wildfires

ภาพที่ 4. http://webboard.sanook.com/forum/?Old_Topic=1&action=dlattach;topic=3462005.0;attach=1069182;image

         สุดท้ายนี้…อยากจะให้ทุกคนได้ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยการคำนึงถึงผลท่ี่จะส่งต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้นทำได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม (ทางตรง)เช่น การใช้อย่างประหยัด การน้ำกลับมาใช้ซ้ำอีก การบำบัดและฟื้นฟู การใข้สิ่งอื่นทดแทน การเฝ้าระวังดูแลป้องกัน และ(ทางอ้อม) เช่น การพัฒนาคุณภาพประชาชน การใช้มาตราการทางสังคมและกฏหมาย การส่งเสริมให้ประชาชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ การส่งเสริมการศึกษาวิจัย ค้นหาวิธีการและพัฒนาเทคโนโลยี การกำหนดนโยบายและวางทางรัฐบาลในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

         ฝากคำกลอน…

          สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราเท่าที่เห็น              ล้วนหลากเป็นปัญหามาทักถม

ทั้งแหล่งน้ำ ดิน ฟ้า กระแสลม                           ถูกสะสมด้วยมลพิษให้บิดเบือน

 อีกป่าไม้ สัตว์ แร่ธาตุ อากาศลด                     จะเริ่มหมดถดถอยคอยคลาดเคลื่อน

น้ำท่วมฟ้าปลาก้าวกินดาวเดือน                       สะท้อนเทือนทั่วไปในโลกเรา

เปรียบครั้งก่อนตอนปู่ย่าตายายเกิด                 สิ่งประเสริฐสรรค์สร้างสร่างทุกข์เศร้า

ธรรมชาติสะอาดใสทั้งใจเรา                             ไม่มัวเมาลืมหลงป่าดงดอน

สรรพสิ่งอิงอาศัยได้ร่วมสุข                              ไม่รานรุก บุกแผ้ว แนวสิงขร

ฤดูกาล สานส่งตรงแน่นอน                              หนาว ฝน ร้อน ใยเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม

สิ่งแวดล้อม พร้อมคืนกลับ ไม่สับสน                หากทุกคน ช่วยกัน มุ่งมั่นเสริม

จากตัวเรา เรียนรู้ กู้ต่อเติม                              แล้วริเริ่ม สู่สังคม สมภาคภูมิ

News_190810_5

ภาพที่ 5. http://icare.kapook.com/cmsfile/imgbank/GlobalWarming/News_190810_5.jpg

อ้างอิงจาก : 

http://arnuchit.igetweb.com/index.php?mo=3&art=41982217

https://wiki.stjohn.ac.th/groups/poly_ordinarycourse/wiki/87adc/

http://www.tigertemplecharity.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=539310251&Ntype=13

http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=530fafc28642c661

คอลัมน์ของ น.ส. อาภา  มาประเสริฐ รหัส 53038678 sec.02

ธรรมชาติล้างโลก

ธรรมชาติล้างโลก

โลกในปัจจุบันร้อนขึ้นหรือไม่ ?  เป็นคำถามยอดนิยมที่ชาวโลกอย่างเราต้องการคำตอบจากสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับประสบการณ์ของตนเอง แต่สิ่งที่สร้างความสูญเสีย อย่าง โลกเราเจอกับภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้งและรุนแรง ภัยพิบัติทางธรรมชาติแยกออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1.ภัยจากน้ำและดินฟ้าอากาศ เช่น พายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง

2.ภัยจากธรณีวิทยา เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด สึนามิ

3. ภัยจากเชื้อโรค เช่น โรคระบาดร้ายแรงต่างๆ

<จากข้อมูล ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ของทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย>

ภัยพิบัติไม่สามารถบังคับทิศทางหรือควบคุมกับมันได้ เพียงแต่กระทำโดยการป้องกันและช่วยเหลือซ่อมแซมในส่วนที่สูญเสียไปได้ การที่เราจะบอกว่า การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้งนั้นสาเหตุเป็นโลกร้อนขึ้นนั้น คงต้องดูจากสถิติที่เกิดภัยพิบัติขึ้นที่ผ่านมา คงนับไม่ได้ผลกระทบของแต่ละเหตุการณ์นั้นคงทำให้ทุกคนได้ตระหนักถึงผลเสีย เช่น  เหตุการณ์น้ำท่วมจากข่าวที่โด่งดังของประเทศฟิลิปปินส์ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา…เกิดจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทำให้พื้นที่ครึ่งหนึ่งของกรุงมะนิลาจมอยู่ใต้น้ำ ทำให้เกิดดินถล่มมีผู้เสียชีวิตอย่างมาก สร้างผลกระทบต่อโลกและมนุษย์ร่วมโลกอย่างเราเป็นอย่างมาก ที่มาของข่าว

12_37871_m

ภาพที่1 เหตุการณ์น้ำท่วมที่ฟิลิปปินส์

http://www.krobkruakao.com.html 

ถ้าถามว่าเพราะเหตุใดโลกเราร้อนขึ้นอีกอย่างหนึ่ง นั้นคงต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “มนุษย์” นั่นเอง  มนุษย์ในปัจจุบันจะมีความคิดที่จะแบ่งปันธรรมชาติอย่างจอมปลอม ตัวอย่างเช่น จากสื่อและองค์กรต่างๆ ที่รณรงค์ร่วมกันอนุรักษ์ป่าและน้ำ แต่ทำไมถึงยังมีเหตุการณ์การตัดไม้ ทำลายป่าอยู่ เราคงต้องกลับมาคิดและตระหนักถึงผลที่จะเกิดขึ้น เป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของมนุษย์เท่านั้น ที่เป็นปัจจัยสำคัญ นั่นแหละ จึงทำให้ ธรรมชาติ ได้สร้างผลเสีย และพร้อมที่จะเอาคืนอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เมื่อสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วว่า เราที่เป็นมนุษย์ ล้วนอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ สิ่งที่ควรปฏิบัติคงหนีไม่พ้นการสร้างจิตสำนึกที่ดีกับธรรมชาติ เช่น การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การใช้สิ่งแวดล้อม อย่างมีเหตุผล เพื่ออำนวยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดไปแก่มนุษย์ โดยมีแนวความคิดให้เกิดผลประโยชน์มากที่สุด และการทำให้โลกของเรา <สวย สงบ  สุดยอด>

1.สวย  คือการที่ทำให้โลกสวย เช่น การถนอมรักษา คือ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้คงสภาพทั้งปริมาณและคุณภาพเอาไว้ โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น กรณีแร่เหล็กแทนที่จะนำมาใช้โดยตรงก็นำไปผสมกับแร่ธาตุอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นเหล็กกล้า ซึ่งนอกจากจะลด ปริมาณการใช้เนื้อเหล็กให้น้อยลงแล้วยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานออกไปอีกด้วย เป็นต้น

2.สงบ คือการให้โลกของเราได้พักผ่อน เช่น การนำกลับมาใช้ใหม่ หรือที่เรียกว่า รีไซเคิล นอกจากการถนอมรักษาและการบูรณะฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติแล้ว การนำทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ใช้ไปแล้วกลับมาใช้ใหม่ถือเป็นการ อนุรักษ์อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งการอนุรักษ์ชนิดนี้จะทำได้ดีกับทรัพยากรน้ำและแร่ธาตุบางชนิด เช่น การนำเศษกระดาษ พลาสติก อลูมิเนียม สังกะสี ตะกั่ว ทองแดง และเหล็กที่ทิ้งแล้วกลับมาหลอมหรือเปลี่ยนสภาพ ให้นำกลับมาใช้ได้อีก เป็นต้น

 3.สุดยอด คือ การเพิ่มให้โลกของเราสุดยอดและดีขึ้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติบางชนิดจะไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มาก เช่น น้ำที่ไหลลงมาตามลำน้ำ ถ้าหากสร้างเขื่อนขวางกั้นลำน้ำเพื่อยกระดับของน้ำให้เขื่อนสูงขึ้น แล้วนำพลังงานน้ำนั้นมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน
การนำสิ่งอื่นมาใช้ทดแทนการนำ สิ่งอื่นมาใช้ทดแทนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบางชนิดอาจทำได้ เช่น การนำก๊าซธรรมชาติ มาใช้ทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงในรถยนต์ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนพลังงานไฟฟ้า ซึ่งทำให้ประหยัดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นต้น  การบูรณะฟื้นฟูคือ การทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกลับคืนมาใช้ประโยชน์ได้เหมือนเดิม เช่น ดินที่นำมาใช้เพื่อการเพราะปลูกพืชชนิดเดียวกันติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ คุณภาพของดินเสื่อมลง การบูรณะฟื้นฟูจะทำได้โดยการใส่ปุ๋ยปลูกพืชคลุมดิน หรือพักหน้าดินไว้สักช่วงระยะหนึ่ง เป็นต้น

ล้วนเป็นวิธีที่ช่วยยับยั้งให้ ธรรมชาติไม่สามารถล้างหรือทำลายโลกของเราได้ เพียงเราทุกคนตั้งใจและ เริ่ม ที่จะปฏิบัติไปพร้อมกัน ร่วมกันเปลี่ยนคำว่า ธรรมชาติล้างโลก เป็น  ธรรมชาติ รักโลก

03.1

ภาพที่ 2 อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

http://www.thaibizchina.com/upload/iblock/686/03.1.jpg

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์  http://wiki.stjohn.ac.th/groups/poly_ordinarycourse/wiki/25c55/9_.html

เรียบเรียงข้อมูล โดย นายณภัทร กิติกุลคุณาทร  รหัสนักศึกษา 53031988  กลุ่มเรียน 01

“เตือน”ภัยธรรมชาติ

เตรียมพร้อมเสมอกับภัยสึนามิ

630 630 (1)

แม้จะผ่านมา 8 ปีแล้วก็ตาม สำหรับเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่ทำให้เราทุกคนยังคงจดจำและความเศร้าโศกของเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี เพราะครั้งนั้นหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยต้องสูญเสียชีวิตผู้คนและทรัพย์สินจำนวนมาก โดยเกิดแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทรอินเดียบริเวณด้านตะวันตกของหัวเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย แรงสั่นสะเทือนทำให้พื้นที่บริเวณเกาะสุมาตราได้รับความเสียหาย และกระตุ้นให้เกิดคลื่นสึนามิสูงราว 30 เมตร เข้าท่วมทำลายบ้านเรือนตามแนวชายฝั่งโดยรอบมหาสมุทรอินเดียประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ใน 14 ประเทศด้วยกัน นับเป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ประเทศที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดได้แก่ อินโดนีเซีย รองลงมาศรีลังกา อินเดีย และประเทศไทย ตามลำดับ

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นประเทศไทยได้ทำการติดตั้งระบบเตือนภัยขึ้น เพื่อให้รับทราบถึงการเกิดคลื่นสึนามิ และมีเวลาเพียงพอที่จะอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้ติดตั้งทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิ 3 ทุ่น สำหรับ 2 ทุ่นแรก อยู่ที่บริเวณห่างจากเกาะสุรินทร์ จ.พังงา และห่างจาก จ.ภูเก็ต ใกล้เขตประเทศมาเลเซีย และส่วนอีก 1 ทุ่น วางไว้บนแนวรอยเลื่อนแผ่นดินไหวกลางมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากชายฝั่ง จ.ภูเก็ต 1,000 กิโลเมตร พร้อมทั้งตั้งหอเตือนภัย 136 แห่ง ในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันและยังมีหอเตือนภัยอีก 144 แห่งในฝั่งอ่าวไทย นอกจากจะใช้เตือนภัยสึนามิแล้ว ยังใช้ในการเตือนภัยคลื่นสูงยกตัวขึ้นฝั่งและพายุด้วย

เมื่อเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ ระบบทุ่นตรวจวัดจะส่งข้อมูลมาให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และประเมินร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศว่า ทิศทางและความรุนแรงจะเข้าฝั่งที่ใดบริเวณไหนใช้เวลานานเท่าไหร่ที่คลื่นสึนามิจะเข้าฝั่ง โดยการประมวลผลใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที สามารถส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังหอเตือนภัยที่จัดตั้งไว้ได้ทันสถานการณ์ ในกรณีที่ต้องอพยพคนในพื้นที่ โดยการแจ้งเตือนยังได้ส่งไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ โดังนั้นทุกส่วนต้องทำงานประสานกันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ระบบที่ถูกวางไว้มีเป้าหมายหลักที่ช่วยไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิต แม้ว่าการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิขนาดใหญ่ที่มีอำนาจทำลายล้างมหาศาลจะเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งก็ตาม แต่กลับปรากฏว่าหอเตือนภัยสึนามิ ในเขตพื้นที่  หลายจุดอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ขาดการดูแลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ยังไม่นับรวมจุดหลบภัยและป้ายบอกเส้นทางที่ขาดการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพใช้การได้ แต่ทุกฝ่ายไม่ว่ารัฐ เอกชนหรือกระทั่งประชาชนในพื้นที่ ต้องตระหนักว่าเมื่อมีระบบแล้วต้องหมั่นตรวจสอบให้อยู่ในสภาพการใช้งานได้ พร้อมซักซ้อมเตือนภัยอยู่เสมอ เพื่อเรียกความเชื่อมั่น และอย่าละเลยจนทำให้เครื่องมือเตือนภัยเป็นใช้การไม่ได้ เพราะนั้นอาจเกิดเป็นความประมาทที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมซ้ำสองได้

BY :  52019008 KAMONMAS  KAEWSRI

Credit

Napat kitikulkhunathon

Jessie-J_Image-21

นี่คือโพสแรกของ ณภัทร 53031988  กลุ่มเรียน 02

Arpa Maprasert

Jessie-J_Image-21

นี่คือโพสแรกของ น.ส. อาภา มาประเสริฐ รหัส 53038678  sec.02